ร่วมสืบสานตำนานชนเผ่า อาสาพัฒนา สำนึกรักบ้านเกิด เรื่องราววิถีชีวิตพึ่งพา บันทึกและถ่ายทอดโดย " คนศรีตระกูล " (เพราะโลกคือการแบ่งปัน)

"พญานาค" (อัศจรรย์วันออกพรรษา 2554)

05 ธันวาคม 2556

อารมณ์แห่งภาพถ่าย


"บนเส้นทางชีวิตที่มีการเกิดเป็นเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง และแตกดับไปในที่สุด"

"อดีตเป็นสิ่งเตือนใจ มีปัจจุบันสำหรับดำเนินเรื่องราวชีวิต มีอนาคตที่มิอาจหยั่งรู้ได้"

"ความดีและความชั่วเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดชีวิต"

"เกิด แก่ เจ็บ ตาย  มนุษย์ทุกคนสัตว์ทุกตนต้องพบเจอ"

ขอแสดงความนอบน้อมไปถึงบูรพคณาจารย์ผู้สร้างศิลป์แห่งการถ่ายภาพทุกท่าน     ขอแสดงตัวตนพอให้บรรเทาความสงสัยโดยสังเขปนะครับ โดยนามปากกาว่า “อาร์ตบ้านบ้าน (Artbabban)”แดนมาตุภูมิอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ถิ่นฐานชนบท ค่อนข้างธุรกันดารสักหน่อย กล่าวคือต้นทุนโอกาสมีน้อยในหลายๆด้านไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม  แต่ต้นทุนแรงใจเรามีเต็มเปี่ยมครับ
เส้นทางการถ่ายภาพ            แรงบันดาลใจแรกที่ทำให้ชื่นชอบและหลงใหลในศิลปะแห่งการถ่ายภาพ  เริ่มเดิมทีก็คือการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของเด็กวัยรุ่น การค้นหาตัวตนของตัวเอง เพื่อความลงตัวของชีวิต  จนได้มีกัลยาณมิตรท่านหนึ่งท่านเป็นช่างภาพมือใหม่ที่เดินเข้ามาแนะนำชี้ทางให้ ท่านชื่อพี่มหาสุข         ด้วยเหตุผลที่ว่าลองไปศึกษาดูมันเป็นวิชาที่ทำให้เกิดสมาธิ ใจเย็น มองโลกอย่างสร้างสรรค์ และนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต                             ภาพแรกที่เกิดขึ้นในมโนจิตนั้นเป็นภาพที่จุดประกายแรงบันดาลใจมาก และบอกได้ว่า อย่างมาก หลายท่านคงคุ้นตากันดี ภาพๆนั้น คือ “ภาพในหลวง ทรงสะพายกล้อง” ทุกครั้งที่พระองค์ทรงงานนั้นจะเห็นพระองค์ทรงพกติดพระวรกายไปตลอด แต่นั่นมิได้หมายความว่าจะมองเห็นอนาคตอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่หากว่าเป็นภาพที่ฉงนใจยิ่งนัก ที่ทำให้เราต้องค้นหาคำตอบอีกตั้งมากมาย  จากนั้นจึงตัดสินใจเข้าไปศึกษาที่ วิทยาลัยการอาชีพสารพัดช่างพระนคร ในหลักสูตรวิชาการถ่ายภาพเบื้องต้น “โดยมีท่านอาจารย์สุมาลี วิชาชัย” เป็นผู้ประสิทธิ์ประศาสตร์วิชาให้
โดยสถานะ การเป็นคนชอบถ่ายภาพตอนนี้นั้นขอใช้คำว่า ช่างภาพมือใหม่ ก็แล้วกันครับ บนเส้นทางชีวิตที่ดำเนินไปเรื่อยๆ โดยที่เหตุการณ์ต่างๆเราก็กำหนดมันได้เองบ้างแต่หลายเหตุการณ์ชีวิตเรากำหนด มันไม่ได้ เรื่องราวปัจจุบันเราพยายามทำให้มันดีที่สุด ผ่านไปแล้วคืออดีตที่ควรทรงจำหรือบางทีก็ให้ตอกย้ำความบอบช้ำในจิตใจ อนาคตที่ยังอยู่อีกยาวใกลใครเลยจะล่วงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เรื่องราวชีวิตทั้งหลายจึงถูกบันทึกไว้ในความทรงจำและถ่ายทอดออกมาเป็นภาพ ถ่าย และนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนมนุษย์ได้สัมผัสเพียงแต่อาจก่อเกิดเกิดประโยชน์ได้ บ้าง ชอบครับที่จะได้เปิดอ่านหนังสือหรือดูบทความทางเว็บไซต์ของท่านนักเขียนทั้ง รุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่เขียนถึงการถ่ายภาพและวิเคราะห์วิจารณ์ภาพถ่ายพร้อม ทั้งบรรจงใส่แนวคิดลงไปได้อย่างปราณีต ทั้งนี้ขอแสดงความนับถือและขอบคุณทุกท่านไว้ด้วยนะครับ 
การถ่ายภาพหรือภาพถ่ายผมว่ามันมีมนต์เสน่ห์ยิ่งนักเพราะเราต้องใช้ทั้งทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบรรจงสร้างมันขึ้นมา หลายคนคงรู้จักการถ่ายภาพและถ่ายภาพเป็นกันเกือบทุกคน  จะเห็นได้จากสื่อต่างๆ เช่นทีวี หนังสือ เป็นต้น ภาพที่ได้เห็นมีทั้งความงดงามและดูธรรมดา บางภาพมีทั้งหลักการและเหตุผลทางการถ่ายภาพอย่างมากมาย บางภาพก็มีแนวคิดของตัวเองมานำเสนอ บางภาพก็ไม่ต้องใช้หลักการและเหตุผลมากแต่ออกมาจากความรู้สึกของตัวเองว่าสวยว่างาม ปัจจุบันมนุษย์ได้มีการพัฒนาเรื่องการถ่ายภาพอย่างรวดเร็วเป็นต้นว่าอุปกรณ์คือกล้อง ก็ผลิตออกมาให้มีฟังชั่นควบคุมการใช้งานที่ง่าย พอถ่ายเสร็จก็สามารถผลิตออกมาด้วยตัวเองได้เลย แต่โดยส่วนตัวของผมแล้วผมคิดว่า เรื่องราวของภาพ น่าสนใจและมีมนต์เสน่ห์ยิ่งนัก
 

ล้านขวดล้านธรรม


ภาพนี้ผมขอตั้งชื่อให้ว่า “ล้านขวดล้านธรรม” เป็นสถานที่ที่เราซึ่งนับถือศาสนาพุทธรู้จักกันดีคืออุโบสถ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ โดยที่มีแนวคิดและวิธีสร้างขึ้นมาดูน่าตื่นตาสำหรับยุคสมัยนี้มาก คือการนำเอาขวดแก้วที่มิได้ใช้แล้ว นำมาสร้างเป็นศิลปะร่วมสมัย ทั้งยังเป็นการนำเอาสิ่งที่เหลือใช้และสลายยากกลับมาใช้ใหม่อันจะเป็นการช่วยลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง และอีกร้อยพันเหตุผลธรรมก็ตามแต่ มันเป็นสิ่งที่ถูกคิดและสร้างขึ้นด้วยมนุษย์ ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นเกิดความประทับใจซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความสุขทางใจเป็นเบื้องต้น ภาพนี้บันทึกไว้เมื่อวันที่ 8 เดือนสิงหาคม 2556 ซึ่งอันที่จริงแล้วในช่วงนี้เป็นช่วงที่พายุกำลังพัดผ่านประเทศไทยทำให้ภาคอีสานตอนล่างมีฝนฟ้าตลอดทั้งวันติดต่อกันยาวนาน   ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมเองก็ ตั้งใจว่าสักครั้งหนึ่งจะได้บันทึกภาพวัดล้านขวด ซึ่งโอกาสดีดีก็ไม่ค่อยจะได้มีสักเท่าไรนัก เป็นต้นว่า จังหวะเวลาที่ได้ไปพบผู้คนพลุกพล่านมากมาย สภาพแสงไม่เป็นใจ ท้องฟ้าช่วงหน้าฝนปิดครึ้มตลอด แต่วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมเมื่อยามพระอาทิตย์รุ่งเช้าทอแสงส่อง ประกาย ผมเองก็ไม่ยอมชะล่าใจรีบหยิบกล้องคู่ใจมุ่งหน้าออกจากบ้านทันที ภาพแรกที่พบคือพระอุโบสถแก้วที่ตั้งตระหง่านสีสันสว่างสดใสเมื่อยามที่กระทบ กับแสงอรุณยามเช้า หมู่นกพิราบโผบินวนร่อนรอบเข้าไปพักพิงอาศัย เหล่าต้นไม้ใบหญ้าดูเขียวชะอุ่ม อากาศพลันพัดมากระทบกับผิวกายช่างเย็นสบายยิ่งนัก คือโดยภาพรวมแล้ว สงบ สว่าง สะอาด ได้อารมณ์สมที่เป็นศาสนสถานมาก  มุม ภาพและองค์ประกอบที่ผมบันทึกออกมานั้นล้วนเป็นความบรรจงตั้งใจทั้งสิ้น ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใส มีเมฆสีขาวประปรายดังถูกระบายด้วยพู่กันไล่ระดับความอ่อนโยน โดยที่ด้านหน้านั้นจะมีต้นไม้ที่มีแสงสอดส่องลอดเข้ามารำไรทะลุผ่านผิวใบตก กระทบที่ต้นไม้และกิ่งก้าน ก่อให้เกิดมิติสวยงาม ความโอนเอียงของกิ่งก้านจะเกิดช่องเว้นมุมรับกับยอดพระอุโบสถพอดี ต่อจากนั้นจะมีศาลาพักพิงทำมุมทแยงลงมา เป็นกรอบรอบดันพระอุโบสถให้ดูโดดเด่น อีกทั้งช่วงนั้นจะมีนกพิราบที่กำลังโบยบินร่อนวนรอบรับลม องค์ประกอบทุกอย่างผมตั้งกล้องเตรียมไว้หมดแล้ว ขาดเหลือก็แต่นกพิราบนี่แหละ เดาอาการมันยากและนานหน่อย แต่หลังจากที่ตั้งใจรอคอยผมก็ได้จังหวะและโอกาสพอดีที่มีเจ้านกพิราบประมาณ สองตัวกำลังบินว่อนทำมุมหน้าเข้าหาพระอุโบสถพอดี ภาพที่ได้ก็อย่างที่เห็นละคับ มันทำให้เกิดการดึงจุดสนใจไปที่พระอุโบสถ
ภาพนี้ถ่ายที่วัดล้านขวด อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ถ่ายด้วยกล้องดิจิติล SLR EOS550D Lens.EF-S 18-135mm. f/3.5-5.6 IS ถ่ายด้วยโหมด แมนนวล วัดแสงได้ที่ s 1/80  f/11 ISO100 
  

ล้านขวดล้านธรรม_2


โดยแนวคิดที่ผมอยากถ่ายทอดออกมา คือความตั้งใจของผู้ที่คิดและผู้ที่สร้างเพื่อการสื่อถึงเรื่องราวทางศาสนาพร้อมทั้งคุณค่าของศิลปะ อันจะเป็นเหตุนำบุคคลผู้ที่มองเห็นหรือศัพท์พระท่านว่าตาสว่าง ไปสู่ความสงบสุขของชีวิต ภาพนี้มีความเปรียบต่างของแสงที่แตกต่างกันอย่ามาก ด้านนอกจะมีแสงสว่างของแสงดวงอาทิตย์บวกกับแสงสว่างจากการสะท้อนแสงของขวดแก้วอีก ส่วนด้านในแสงค่อนข้างสว่างน้อย ผมใช้วิธีวัดแสงเฉพาะจุด คือวัดค่าแสงด้านใน และแสงด้านนอก ได้ค่าระยะห่างระหว่างทางของแสงทั้งสองจุด เลยได้สปีดชัตเตอร์ที่ 1/20 รูรับแสง f/8.o ISO.200 เนื่องจากต้องการรายละเอียดทุกส่วนของภาพ จึงใช้การคงค่า รูรับแสงที่ f/8.o  คงค่า ISO.200 เพราะความเปรียบต่างของแสงในแต่ละจุดมีมากและต้องการลด Noise ในภาพให้ได้มากที่สุด ด้วย รายละเอียดแสงจึงเห็นได้ทั้งองค์พระด้านในและขวดแก้วที่ประดับตกแต่งด้านนอกดูเป็นแสงสมจริงที่ตามองเห็นในขณะนั้น

 
ล้านขวดล้านธรรม_3


ภาพ นี้เพียงแต่เปลี่ยนมุมกล้องเงยสูงขึ้นมาอีกหน่อยต้องการนำเสนอลักษณะของ สถาปัตยกรรม โดยการใช้หลักการเส้นทแยงมุม ระหว่างสถาปัตกับท้องฟ้าซึ่งมีความโดดเด่นเป็นของตัวเอง ท้องเป็นสีฟ้าแถมยังแต่งแต้มมิติของตัวเองด้วยการระบายสีแห่งก้อนเมฆสีขาว ไล่ระดับอย่างอ่อนไหวดูมีชีวิต สถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นด้วยยอดฉัตรถ่ายทอดเอกลักษ์ความเป็นศิลปะไทยวาง ตัวโดดเด่นอยู่กลางท้องฟ้าราวกับลอยอยู่บนสรวงสวรรค์มองดูแล้วทำให้เกิดพลัง แห่งแรงศรัทธายิ่ง


เส้นทางเล็กๆของเด็กในชนบท


เช้า วันศุกร์ เป็นช่วงเวลาที่สามารถเห็นภาพการใช้ชีวิตของเด็กๆในชนบทเป็นประจำ คือการเดินทางเพื่อไปศึกษาหาความรู้ที่โรงเรียน วันนี้คุณครูให้แต่งชุดสีขาวทั้งชุด เพราะเป็นช่วงที่ปรับแผนการศึกษาโดยเน้นให้เด็กได้ศึกษาเรื่องคุณธรรมและ จริยธรรมเพิ่มขึ้น เมื่อกล่าวถึงการศึกษาก็อยากจะพูดเสริมเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมอีกสักหน่อย ในส่วนตัวของผมแล้วผมว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากในที่จะพัฒนาคนพัฒนาประเทศ ชาติคือการปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาวชนของชาติคือเด็กๆ จะเห็นว่าปัญหาสังคมไทยในยุคสมัยนี้มีมากขึ้น ทั้งเรื่องยาเสพติด การพนัน อาชญากรรม การทุจริตคอรัปชั่น เป็นต้น ดูจะยิ่งนับวันทวีความรุนแรงขึ้น หลายหน่วยงาน หลายองค์กรที่มองเห็นถึงปัญหาและช่วยกันคิดและแก้ไขในหลายๆวิธีด้วยกัน แต่ก็พอแก้ไขได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งดูจะเป็นวิธีที่แก้ไขที่ปลายเหตุมากกว่า แต่ผมคิดว่าวิธีแก้ไขที่ต้นเหตุและยั่งยืนกว่าคือ การปลูกฝังเรื่อง คุณธรรมและจริยธรรม ให้กับเด็กๆตั้งแต่วัยยังเล็กๆ ให้ความสำคัญและช่วยกันสนับสนุนอย่างจริงจัง คือเสริมเป็นหลักสูตรหลักของกระทรวงศึกษาเลย วิธีนี้ผมว่าช่วยลดปัญหาได้มากกว่าและยั่งยืนแน่นอน ...ว่าแล้วก็อยากจะหยิบยกมาเล่าอีกหน่อย มิได้มุ่งหวังให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือแม้แต่องค์กรหรือสถาบันหนึ่ง เพียงแต่ให้เป็นทิฐานุคติในการสร้างสรรค์มากกว่า คือระบบการศึกษาสมัยนี้จะมุ่งเน้นให้เด็กสร้างผลงานให้โรงเรียนมากกว่า หรือเพื่อหางบประมาณเข้ามาในสถานศึกษาของตนเองให้ได้มากที่สุด มุ่งเน้นแต่วิชาการหาผลประโยชน์เลยทำให้ขาดโอกาสในวิชาที่เด็กควรจะได้รับ อย่างเพียงพอ   หรือแม้แต่ครูเอง ซึ่งเปรียบเสมือนเรือ หลักก็มิได้ทุ่มเทใส่ใจหรือเสียสละ อย่างที่ควรจะเป็น ต่างคนก็ต่างทำงานแค่รับเงินเดือนไปเดือนต่อเดือน น้อยมากที่จะพบเห็นท่านที่ทุ่มเทความเป็นครู ด้วยอุดมการณ์ เหตุผลเหล่านี้ดูเป็นเรื่องผิวเผิน แต่ถ้าคิดวิเคราะห์พิจารณาให้ลึกแล้วผมว่ามันน่าใจหายมากทีเดียว... กลับมาเรื่องการถ่ายภาพและภาพถ่ายกันต่อครับ ผมสะพายกล้องและปั่นจักยานคันเล็กๆไปรอระหว่างทางที่มองแล้วจุดนี้แหละเป็น มุมภาพที่ได้องค์ประกอบและเรื่องราวมากที่สุด คือได้บรรยากาศชนบทที่มีภูมิประเทศพึ่งพาธรรมชาติ ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ฉันท์พี่น้อง เด็กๆเดินทางไปโรงเรียนด้วยเท้า พี่ดูแลน้อง ส่วนน้องเชื่อฟังพี่ บางคนงอแงหน่อยก็ให้แม่ปั่นจักรยานส่งไปโรงเรียน จะเห็นจากรอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กๆแสดงถึงความสุขในการดำเนินชีวิตในวัยเด็ก ของตนเอง


สถานีนี้ศรีสะเกษ


มีโอกาสได้เดินทางเข้าไปทำธุระในตัวเมืองศรีสะเกษ ก็เลยอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสัมผัสบรรยากาศ ที่อดีตเคยเป็นสถานที่ที่เป็นจุดเชื่อมต่อสายมิตรภาพ ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ และประชาชนทั่วไป คือสถานีรถไฟ ก้าวแรกที่ผมสัมผัสเท้าเข้าไป จะเห็นเอกลัษณ์ความเป็นสถานีรถไฟ คือชานชลา ที่พักพิงของนักเดินทาง ผู้คนที่เฝ้ารอคอยเพื่อเดินทางและรอคอยผู้ที่ตนรู้จักกำลังเดินทางมาพบ มองดูรอบบริเวณจะมีอักษรคำที่บ่งบอกถึงวัตถุประสงค์ของสถานที่อย่างชัดเจน มีการจัดสวนตกแต่งสถานที่ให้ดูชุ่มใจ การออกแบบสถานที่ให้ดูโล่งโปร่งใส แบบสบายๆ พร้อมลัษณะแปลนเพดานที่มีเส้นนำสายตาระหว่างสองข้างทางรถไฟ มองแล้วให้เกิดความรู้สึกของเส้นทางที่ห่างไกล หรือถ้าเปรียบชีวิตก็คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยาวนานและยาวไกล  หลังจากที่เดินชมสักพักผมก็ได้จุดนี้แหละที่จะบันทึกไว้เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่ตนได้พบเห็น การจัดองค์ประกอบภาพทุกอย่าง สามารถอธิบายได้ที่ภาพเองและเนื้อหาที่ถูกจารึกไว้ ณ สถานที่นั้นอย่างชัดเจน จุดนำสายตาจะอยู่ระหว่างด้ายล่างขวา หรือถ้าวางตามทฤษฎีการถ่ายภาพ จะวางไว้ที่จุดตัดเก้าช่องเยื้องขวาล่าง โดยมีเส้นทางของรถไฟตัดผ่านจากมุมขวาและเส้นเพดานบังลมแดดพาดเข้ามาเป็นกรอบนำสายตาก่อให้เกิดมิติเพิ่มขึ้น มีชื่อสถานที่ และจุดกำหนดลำดับการขึ้นลงอย่างชัดเจน


จุดหมายปลายทาง 

 

ความหวัง


เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องพบเจอ คนทุกคนมีจุดมุ่งหมายของตนเองต่างคนต่างวาระขึ้นอยู่กับเรื่องราวและเหตุผลเหล่านั้นเป็นสำคัญ บางคนประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ตนรอคอย แต่บางคนกลับผิดหวัง

  
พื้นที่ที่เปลี่ยนแปลง


ช่วงเวลาหนึ่งที่ผมกำลังเดินทางบนถนนสายมิตรภาพ ซึ่งภูมิทัศน์รอบข้างน่าจะบอกถึงภูมิประเทศได้ดีว่าเป็นภาพอีสานซึ่งเป็นถิ่นชนบท ที่ยังคงมีวิถีชีวิตพึ่งพาอาศัยธรรมชาติและมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย แต่ก็ต้องถูกเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ในระหว่างที่เครื่องยนต์กำลังเดินทางอย่างพลุ่งพล่านและรีบร้อน ผมก็มองไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งน่าจะเป็นแม่กับลูกที่กำลังย่ำเท้าบนพื้นดินบ้างสลับเท้าบนพื้นถนนยางมะตอยบ้าง โดยสีหน้าและอาการคือต้องระวังรถและความลำบากในการเดิน จุดหมายก็คือการไปดูแลสัตว์ที่ตนเลี้ยงซึ่งที่เห็นในภาพคือกระบือ(ควาย) ที่ดูกิริยากำลังเคี้ยวหญ้าและก็ส่ายสายตาเหม่อไปมองมา เหมือนกำลังสับสนกับอะไรบางอย่าง นี่แหละคับชีวิตถึงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแต่ยังไงก็ต้องอยู่กับมันให้ได้








*** รออับเดทภาพและบทความเพิ่มเติมครับผม ***





23 ตุลาคม 2556

อารมณ์แห่งภาพถ่าย


"บนเส้นทางชีวิตที่มีการเกิดเป็นเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง และแตกดับไปในที่สุด"

"อดีตเป็นสิ่งเตือนใจ มีปัจจุบันสำหรับดำเนินเรื่องราวชีวิต มีอนาคตที่มิอาจหยั่งรู้ได้"

"ความดีและความชั่วเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดชีวิต"

"เกิด แก่ เจ็บ ตาย  มนุษย์ทุกคนสัตว์ทุกตนต้องพบเจอ"

ขอแสดงความนอบน้อมไปถึงบูรพคณาจารย์ผู้สร้างศิลป์แห่งการถ่ายภาพทุกท่าน     ขอแสดงตัวตนพอให้บรรเทาความสงสัยโดยสังเขปนะครับ โดยนามปากกาว่า “อาร์ตบ้านบ้าน (Artbabban)”แดนมาตุภูมิอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ถิ่นฐานชนบท ค่อนข้างธุรกันดารสักหน่อย กล่าวคือต้นทุนโอกาสมีน้อยในหลายๆด้านไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม  แต่ต้นทุนแรงใจเรามีเต็มเปี่ยมครับ
เส้นทางการถ่ายภาพ            แรงบันดาลใจแรกที่ทำให้ชื่นชอบและหลงใหลในศิลปะแห่งการถ่ายภาพ  เริ่มเดิมทีก็คือการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของเด็กวัยรุ่น การค้นหาตัวตนของตัวเอง เพื่อความลงตัวของชีวิต  จนได้มีกัลยาณมิตรท่านหนึ่งท่านเป็นช่างภาพมือใหม่ที่เดินเข้ามาแนะนำชี้ทางให้ ท่านชื่อพี่มหาสุข         ด้วยเหตุผลที่ว่าลองไปศึกษาดูมันเป็นวิชาที่ทำให้เกิดสมาธิ ใจเย็น มองโลกอย่างสร้างสรรค์ และนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต                             ภาพแรกที่เกิดขึ้นในมโนจิตนั้นเป็นภาพที่จุดประกายแรงบันดาลใจมาก และบอกได้ว่า อย่างมาก หลายท่านคงคุ้นตากันดี ภาพๆนั้น คือ “ภาพในหลวง ทรงสะพายกล้อง” ทุกครั้งที่พระองค์ทรงงานนั้นจะเห็นพระองค์ทรงพกติดพระวรกายไปตลอด แต่นั่นมิได้หมายความว่าจะมองเห็นอนาคตอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่หากว่าเป็นภาพที่ฉงนใจยิ่งนัก ที่ทำให้เราต้องค้นหาคำตอบอีกตั้งมากมาย  จากนั้นจึงตัดสินใจเข้าไปศึกษาที่ วิทยาลัยการอาชีพสารพัดช่างพระนคร ในหลักสูตรวิชาการถ่ายภาพเบื้องต้น “โดยมีท่านอาจารย์สุมาลี วิชาชัย” เป็นผู้ประสิทธิ์ประศาสตร์วิชาให้
โดยสถานะ การเป็นคนชอบถ่ายภาพตอนนี้นั้นขอใช้คำว่า ช่างภาพมือใหม่ ก็แล้วกันครับ บนเส้นทางชีวิตที่ดำเนินไปเรื่อยๆ โดยที่เหตุการณ์ต่างๆเราก็กำหนดมันได้เองบ้างแต่หลายเหตุการณ์ชีวิตเรากำหนด มันไม่ได้ เรื่องราวปัจจุบันเราพยายามทำให้มันดีที่สุด ผ่านไปแล้วคืออดีตที่ควรทรงจำหรือบางทีก็ให้ตอกย้ำความบอบช้ำในจิตใจ อนาคตที่ยังอยู่อีกยาวใกลใครเลยจะล่วงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เรื่องราวชีวิตทั้งหลายจึงถูกบันทึกไว้ในความทรงจำและถ่ายทอดออกมาเป็นภาพ ถ่าย และนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนมนุษย์ได้สัมผัสเพียงแต่อาจก่อเกิดเกิดประโยชน์ได้ บ้าง ชอบครับที่จะได้เปิดอ่านหนังสือหรือดูบทความทางเว็บไซต์ของท่านนักเขียนทั้ง รุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่เขียนถึงการถ่ายภาพและวิเคราะห์วิจารณ์ภาพถ่ายพร้อม ทั้งบรรจงใส่แนวคิดลงไปได้อย่างปราณีต ทั้งนี้ขอแสดงความนับถือและขอบคุณทุกท่านไว้ด้วยนะครับ 
การถ่ายภาพหรือภาพถ่ายผมว่ามันมีมนต์เสน่ห์ยิ่งนักเพราะเราต้องใช้ทั้งทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบรรจงสร้างมันขึ้นมา หลายคนคงรู้จักการถ่ายภาพและถ่ายภาพเป็นกันเกือบทุกคน  จะเห็นได้จากสื่อต่างๆ เช่นทีวี หนังสือ เป็นต้น ภาพที่ได้เห็นมีทั้งความงดงามและดูธรรมดา บางภาพมีทั้งหลักการและเหตุผลทางการถ่ายภาพอย่างมากมาย บางภาพก็มีแนวคิดของตัวเองมานำเสนอ บางภาพก็ไม่ต้องใช้หลักการและเหตุผลมากแต่ออกมาจากความรู้สึกของตัวเองว่าสวยว่างาม ปัจจุบันมนุษย์ได้มีการพัฒนาเรื่องการถ่ายภาพอย่างรวดเร็วเป็นต้นว่าอุปกรณ์คือกล้อง ก็ผลิตออกมาให้มีฟังชั่นควบคุมการใช้งานที่ง่าย พอถ่ายเสร็จก็สามารถผลิตออกมาด้วยตัวเองได้เลย แต่โดยส่วนตัวของผมแล้วผมคิดว่า เรื่องราวของภาพ น่าสนใจและมีมนต์เสน่ห์ยิ่งนัก
 

ล้านขวดล้านธรรม


ภาพนี้ผมขอตั้งชื่อให้ว่า “ล้านขวดล้านธรรม” เป็นสถานที่ที่เราซึ่งนับถือศาสนาพุทธรู้จักกันดีคืออุโบสถ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ โดยที่มีแนวคิดและวิธีสร้างขึ้นมาดูน่าตื่นตาสำหรับยุคสมัยนี้มาก คือการนำเอาขวดแก้วที่มิได้ใช้แล้ว นำมาสร้างเป็นศิลปะร่วมสมัย ทั้งยังเป็นการนำเอาสิ่งที่เหลือใช้และสลายยากกลับมาใช้ใหม่อันจะเป็นการช่วยลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง และอีกร้อยพันเหตุผลธรรมก็ตามแต่ มันเป็นสิ่งที่ถูกคิดและสร้างขึ้นด้วยมนุษย์ ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นเกิดความประทับใจซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความสุขทางใจเป็นเบื้องต้น ภาพนี้บันทึกไว้เมื่อวันที่ 8 เดือนสิงหาคม 2556 ซึ่งอันที่จริงแล้วในช่วงนี้เป็นช่วงที่พายุกำลังพัดผ่านประเทศไทยทำให้ภาคอีสานตอนล่างมีฝนฟ้าตลอดทั้งวันติดต่อกันยาวนาน   ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมเองก็ตั้งใจว่าสักครั้งหนึ่งจะได้บันทึกภาพวัดล้านขวด ซึ่งโอกาสดีดีก็ไม่ค่อยจะได้มีสักเท่าไรนัก เป็นต้นว่า จังหวะเวลาที่ได้ไปพบผู้คนพลุกพล่านมากมาย สภาพแสงไม่เป็นใจ ท้องฟ้าช่วงหน้าฝนปิดครึ้มตลอด แต่วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมเมื่อยามพระอาทิตย์รุ่งเช้าทอแสงส่องประกาย ผมเองก็ไม่ยอมชะล่าใจรีบหยิบกล้องคู่ใจมุ่งหน้าออกจากบ้านทันที ภาพแรกที่พบคือพระอุโบสถแก้วที่ตั้งตระหง่านสีสันสว่างสดใสเมื่อยามที่กระทบกับแสงอรุณยามเช้า หมู่นกพิราบโผบินวนร่อนรอบเข้าไปพักพิงอาศัย เหล่าต้นไม้ใบหญ้าดูเขียวชะอุ่ม อากาศพลันพัดมากระทบกับผิวกายช่างเย็นสบายยิ่งนัก คือโดยภาพรวมแล้ว สงบ สว่าง สะอาด ได้อารมณ์สมที่เป็นศาสนสถานมาก  มุมภาพและองค์ประกอบที่ผมบันทึกออกมานั้นล้วนเป็นความบรรจงตั้งใจทั้งสิ้น ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใส มีเมฆสีขาวประปรายดังถูกระบายด้วยพู่กันไล่ระดับความอ่อนโยน โดยที่ด้านหน้านั้นจะมีต้นไม้ที่มีแสงสอดส่องลอดเข้ามารำไรทะลุผ่านผิวใบตกกระทบที่ต้นไม้และกิ่งก้าน ก่อให้เกิดมิติสวยงาม ความโอนเอียงของกิ่งก้านจะเกิดช่องเว้นมุมรับกับยอดพระอุโบสถพอดี ต่อจากนั้นจะมีศาลาพักพิงทำมุมทแยงลงมา เป็นกรอบรอบดันพระอุโบสถให้ดูโดดเด่น อีกทั้งช่วงนั้นจะมีนกพิราบที่กำลังโบยบินร่อนวนรอบรับลม องค์ประกอบทุกอย่างผมตั้งกล้องเตรียมไว้หมดแล้ว ขาดเหลือก็แต่นกพิราบนี่แหละ เดาอาการมันยากและนานหน่อย แต่หลังจากที่ตั้งใจรอคอยผมก็ได้จังหวะและโอกาสพอดีที่มีเจ้านกพิราบประมาณสองตัวกำลังบินว่อนทำมุมหน้าเข้าหาพระอุโบสถพอดี ภาพที่ได้ก็อย่างที่เห็นละคับ มันทำให้เกิดการดึงจุดสนใจไปที่พระอุโบสถ
ภาพนี้ถ่ายที่วัดล้านขวด อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ถ่ายด้วยกล้องดิจิติล SLR EOS550D Lens.EF-S 18-135mm. f/3.5-5.6 IS ถ่ายด้วยโหมด แมนนวล วัดแสงได้ที่ s 1/80  f/11 ISO100 
  

ล้านขวดล้านธรรม_2


โดยแนวคิดที่ผมอยากถ่ายทอดออกมา คือความตั้งใจของผู้ที่คิดและผู้ที่สร้างเพื่อการสื่อถึงเรื่องราวทางศาสนาพร้อมทั้งคุณค่าของศิลปะ อันจะเป็นเหตุนำบุคคลผู้ที่มองเห็นหรือศัพท์พระท่านว่าตาสว่าง ไปสู่ความสงบสุขของชีวิต ภาพนี้มีความเปรียบต่างของแสงที่แตกต่างกันอย่ามาก ด้านนอกจะมีแสงสว่างของแสงดวงอาทิตย์บวกกับแสงสว่างจากการสะท้อนแสงของขวดแก้วอีก ส่วนด้านในแสงค่อนข้างสว่างน้อย ผมใช้วิธีวัดแสงเฉพาะจุด คือวัดค่าแสงด้านใน และแสงด้านนอก ได้ค่าระยะห่างระหว่างทางของแสงทั้งสองจุด เลยได้สปีดชัตเตอร์ที่ 1/20 รูรับแสง f/8.o ISO.200 เนื่องจากต้องการรายละเอียดทุกส่วนของภาพ จึงใช้การคงค่า รูรับแสงที่ f/8.o  คงค่า ISO.200 เพราะความเปรียบต่างของแสงในแต่ละจุดมีมากและต้องการลด Noise ในภาพให้ได้มากที่สุด ด้วย รายละเอียดแสงจึงเห็นได้ทั้งองค์พระด้านในและขวดแก้วที่ประดับตกแต่งด้านนอกดูเป็นแสงสมจริงที่ตามองเห็นในขณะนั้น

 
ล้านขวดล้านธรรม_3


ภาพนี้เพียงแต่เปลี่ยนมุมกล้องเงยสูงขึ้นมาอีกหน่อยต้องการนำเสนอลักษณะของสถาปัตยกรรม โดยการใช้หลักการเส้นทแยงมุม ระหว่างสถาปัตกับท้องฟ้าซึ่งมีความโดดเด่นเป็นของตัวเอง ท้องเป็นสีฟ้าแถมยังแต่งแต้มมิติของตัวเองด้วยการระบายสีแห่งก้อนเมฆสีขาวไล่ระดับอย่างอ่อนไหวดูมีชีวิต สถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นด้วยยอดฉัตรถ่ายทอดเอกลักษ์ความเป็นศิลปะไทยวางตัวโดดเด่นอยู่กลางท้องฟ้าราวกับลอยอยู่บนสรวงสวรรค์มองดูแล้วทำให้เกิดพลังแห่งแรงศรัทธายิ่ง


เส้นทางเล็กๆของเด็กในชนบท


เช้าวันศุกร์ เป็นช่วงเวลาที่สามารถเห็นภาพการใช้ชีวิตของเด็กๆในชนบทเป็นประจำ คือการเดินทางเพื่อไปศึกษาหาความรู้ที่โรงเรียน วันนี้คุณครูให้แต่งชุดสีขาวทั้งชุด เพราะเป็นช่วงที่ปรับแผนการศึกษาโดยเน้นให้เด็กได้ศึกษาเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมเพิ่มขึ้น เมื่อกล่าวถึงการศึกษาก็อยากจะพูดเสริมเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมอีกสักหน่อย ในส่วนตัวของผมแล้วผมว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากในที่จะพัฒนาคนพัฒนาประเทศชาติคือการปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาวชนของชาติคือเด็กๆ จะเห็นว่าปัญหาสังคมไทยในยุคสมัยนี้มีมากขึ้น ทั้งเรื่องยาเสพติด การพนัน อาชญากรรม การทุจริตคอรัปชั่น เป็นต้น ดูจะยิ่งนับวันทวีความรุนแรงขึ้น หลายหน่วยงาน หลายองค์กรที่มองเห็นถึงปัญหาและช่วยกันคิดและแก้ไขในหลายๆวิธีด้วยกัน แต่ก็พอแก้ไขได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งดูจะเป็นวิธีที่แก้ไขที่ปลายเหตุมากกว่า แต่ผมคิดว่าวิธีแก้ไขที่ต้นเหตุและยั่งยืนกว่าคือ การปลูกฝังเรื่อง คุณธรรมและจริยธรรม ให้กับเด็กๆตั้งแต่วัยยังเล็กๆ ให้ความสำคัญและช่วยกันสนับสนุนอย่างจริงจัง คือเสริมเป็นหลักสูตรหลักของกระทรวงศึกษาเลย วิธีนี้ผมว่าช่วยลดปัญหาได้มากกว่าและยั่งยืนแน่นอน ...ว่าแล้วก็อยากจะหยิบยกมาเล่าอีกหน่อย มิได้มุ่งหวังให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือแม้แต่องค์กรหรือสถาบันหนึ่ง เพียงแต่ให้เป็นทิฐานุคติในการสร้างสรรค์มากกว่า คือระบบการศึกษาสมัยนี้จะมุ่งเน้นให้เด็กสร้างผลงานให้โรงเรียนมากกว่า หรือเพื่อหางบประมาณเข้ามาในสถานศึกษาของตนเองให้ได้มากที่สุด มุ่งเน้นแต่วิชาการหาผลประโยชน์เลยทำให้ขาดโอกาสในวิชาที่เด็กควรจะได้รับอย่างเพียงพอ   หรือแม้แต่ครูเองซึ่งเปรียบเสมือนเรือ หลักก็มิได้ทุ่มเทใส่ใจหรือเสียสละ อย่างที่ควรจะเป็น ต่างคนก็ต่างทำงานแค่รับเงินเดือนไปเดือนต่อเดือน น้อยมากที่จะพบเห็นท่านที่ทุ่มเทความเป็นครู ด้วยอุดมการณ์ เหตุผลเหล่านี้ดูเป็นเรื่องผิวเผิน แต่ถ้าคิดวิเคราะห์พิจารณาให้ลึกแล้วผมว่ามันน่าใจหายมากทีเดียว... กลับมาเรื่องการถ่ายภาพและภาพถ่ายกันต่อครับ ผมสะพายกล้องและปั่นจักยานคันเล็กๆไปรอระหว่างทางที่มองแล้วจุดนี้แหละเป็นมุมภาพที่ได้องค์ประกอบและเรื่องราวมากที่สุด คือได้บรรยากาศชนบทที่มีภูมิประเทศพึ่งพาธรรมชาติ ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ฉันท์พี่น้อง เด็กๆเดินทางไปโรงเรียนด้วยเท้า พี่ดูแลน้อง ส่วนน้องเชื่อฟังพี่ บางคนงอแงหน่อยก็ให้แม่ปั่นจักรยานส่งไปโรงเรียน จะเห็นจากรอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กๆแสดงถึงความสุขในการดำเนินชีวิตในวัยเด็กของตนเอง


สถานีนี้ศรีสะเกษ


มีโอกาสได้เดินทางเข้าไปทำธุระในตัวเมืองศรีสะเกษ ก็เลยอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสัมผัสบรรยากาศ ที่อดีตเคยเป็นสถานที่ที่เป็นจุดเชื่อมต่อสายมิตรภาพ ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ และประชาชนทั่วไป คือสถานีรถไฟ ก้าวแรกที่ผมสัมผัสเท้าเข้าไป จะเห็นเอกลัษณ์ความเป็นสถานีรถไฟ คือชานชลา ที่พักพิงของนักเดินทาง ผู้คนที่เฝ้ารอคอยเพื่อเดินทางและรอคอยผู้ที่ตนรู้จักกำลังเดินทางมาพบ มองดูรอบบริเวณจะมีอักษรคำที่บ่งบอกถึงวัตถุประสงค์ของสถานที่อย่างชัดเจน มีการจัดสวนตกแต่งสถานที่ให้ดูชุ่มใจ การออกแบบสถานที่ให้ดูโล่งโปร่งใส แบบสบายๆ พร้อมลัษณะแปลนเพดานที่มีเส้นนำสายตาระหว่างสองข้างทางรถไฟ มองแล้วให้เกิดความรู้สึกของเส้นทางที่ห่างไกล หรือถ้าเปรียบชีวิตก็คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยาวนานและยาวไกล  หลังจากที่เดินชมสักพักผมก็ได้จุดนี้แหละที่จะบันทึกไว้เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่ตนได้พบเห็น การจัดองค์ประกอบภาพทุกอย่าง สามารถอธิบายได้ที่ภาพเองและเนื้อหาที่ถูกจารึกไว้ ณ สถานที่นั้นอย่างชัดเจน จุดนำสายตาจะอยู่ระหว่างด้ายล่างขวา หรือถ้าวางตามทฤษฎีการถ่ายภาพ จะวางไว้ที่จุดตัดเก้าช่องเยื้องขวาล่าง โดยมีเส้นทางของรถไฟตัดผ่านจากมุมขวาและเส้นเพดานบังลมแดดพาดเข้ามาเป็นกรอบนำสายตาก่อให้เกิดมิติเพิ่มขึ้น มีชื่อสถานที่ และจุดกำหนดลำดับการขึ้นลงอย่างชัดเจน


จุดหมายปลายทาง 

 

ความหวัง


เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องพบเจอ คนทุกคนมีจุดมุ่งหมายของตนเองต่างคนต่างวาระขึ้นอยู่กับเรื่องราวและเหตุผลเหล่านั้นเป็นสำคัญ บางคนประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ตนรอคอย แต่บางคนกลับผิดหวัง

  
พื้นที่ที่เปลี่ยนแปลง


ช่วงเวลาหนึ่งที่ผมกำลังเดินทางบนถนนสายมิตรภาพ ซึ่งภูมิทัศน์รอบข้างน่าจะบอกถึงภูมิประเทศได้ดีว่าเป็นภาพอีสานซึ่งเป็นถิ่นชนบท ที่ยังคงมีวิถีชีวิตพึ่งพาอาศัยธรรมชาติและมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย แต่ก็ต้องถูกเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ในระหว่างที่เครื่องยนต์กำลังเดินทางอย่างพลุ่งพล่านและรีบร้อน ผมก็มองไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งน่าจะเป็นแม่กับลูกที่กำลังย่ำเท้าบนพื้นดินบ้างสลับเท้าบนพื้นถนนยางมะตอยบ้าง โดยสีหน้าและอาการคือต้องระวังรถและความลำบากในการเดิน จุดหมายก็คือการไปดูแลสัตว์ที่ตนเลี้ยงซึ่งที่เห็นในภาพคือกระบือ(ควาย) ที่ดูกิริยากำลังเคี้ยวหญ้าและก็ส่ายสายตาเหม่อไปมองมา เหมือนกำลังสับสนกับอะไรบางอย่าง นี่แหละคับชีวิตถึงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแต่ยังไงก็ต้องอยู่กับมันให้ได้








*** รออับเดทภาพและบทความเพิ่มเติมครับผม ***