ร่วมสืบสานตำนานชนเผ่า อาสาพัฒนา สำนึกรักบ้านเกิด เรื่องราววิถีชีวิตพึ่งพา บันทึกและถ่ายทอดโดย " คนศรีตระกูล " (เพราะโลกคือการแบ่งปัน)

"พญานาค" (อัศจรรย์วันออกพรรษา 2554)

28 กรกฎาคม 2559

คดีฆาตกรรม น.ส.เพ็ญประภา ทัดสุพรรณ 26ก.ค.59



 




 
       ด้วยการทำงานสืบสวนสอบสอนอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปรือใหญ่ ผนวกกับผู้สื่อข่าวจิตอาสาท้องถิ่นหลายท่านที่ช่วยกันกระจายข่าวในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง จึงทำให้ประชาชนทราบข่าวและเข้าใจชัดเจน และช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสที่เกิดประโยชน์กับเจ้าหนาที่ตำรวจ จึงนำไปสู่การมอบตัวและจับกุมใน วันที่ 28 ก.ค.59 ด้วยระยะเวลาอันสั้น
         จากการพูดคุยกับผู้ต้องหาเบื้องต้นพอสรุปสาเหตุคร่าวๆ คือเกิดจากการบันดาลโทสะ ที่ทั้งสองคนมักเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้งมีปากเสียงรุนแรงบ้าง ตบตีกันบ้าง ผนวกกับผู้เสียชีวิตเป็นคนเคยเสพยา มักจะขอเงินจากตนเพื่อไปซื้อยามาเสพบ่อยๆ บางคร้งหากไม่ได้ก็ด่าทอตน ด้วยคำหยาบโลนต่างๆนานา หรือด่าถึงโคตรเง่าเหล่ากอ จนทำให้ตนเกิดบันดาลโทสะอย่างขาดสติในครั้งนี้ ...ลำดับขั้นตอนการทำแผนประกอบคำรับสรภาพและรายละเอียดต่างๆจะได้ติดตามและนำเสนออีกต่อไปคับผม

  

26 กรกฎาคม 2559

เกิดเหตุฆาตกรรม ในพื้นที่ตำบลศรีตระกูล



เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น ณ พื้นที่ตำบลศรีตระกูล อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมริมคลองอีสานเขียวจุดเชื่อมต่อบ้านเคาะ-บ้านทุ่งชัย-ปรือใหญ่ 
            วันที่ 26ก.ค.2559 เวลาประมาณ 16.00 น. มีชาวบ้านที่สัญจรบนเส้นทางคลองอีสานเขียวได้พบศพหญิงสาวนอนเสียชีวิตลักษณะนอนคว่ำ ในทุ่งนาริมคลองอีสานเขียว และได้เร่งรุดรีบแจ้งผู้นำหมู่บ้าน ทั้งกำนันผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน และทีมปกครองท้องที่ทุกหมู่เหล่า ได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปรือใหญ่และ สภ.ขุขันธ์ เพื่อมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ
             เบื้องต้นพบศพหญิงสาว ชื่อ น.ส.เพ็ญประภา ทัดสุพรรณ เกิดวันที่ 24 ก.พ. 2540 อายุ 19 ปี
บ้านเลขที่28หมู่ที่ 5 ตำบลสำโรงตาเจ็น อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้เสียชีวิต จากการชันสูตรศพเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบรอยบาดแผลถูกฟันที่แก้มด้านซ้ายประมาณ 3 แผลเวอะหวะขนาดใหญ่ และด้านหลัง  พบหลักฐานตกอยู่ในที่เกิดเหตุคือปลอกมีดและโทรศัพท์มือถือ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนหามูลเหตุคดี จากชาวบ้านในพื้นที่แวดล้อมและใกล้เคียง จึงพอได้ข้อมูลพยานหลักฐานความคืบหน้าและนำไปสู่การจับกุมผู้ที่ก่อเหตุต่อไป ข้อมูลความคืบหน้าจะได้นำเสนออีกต่อไป...

   





จาการชันสูตรศพพบบาดแผลฉกรรจ์ที่แก้มด้านขวาและต้นคอ และอีกหลายแผลตามลำตัว ซึ่งรอยแผลเกิดจากอาวุธมีคมประเภทขวาน






คดีนี้ พ.ต.อ.วีระศักดิ์ วงศ์วานิช ผกก.สภ.ปรือใหญ่ ลงพื้นที่ด้วยตนเองพร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดให้ทำงานกันอย่างรอบคอบและเร่งด่วนเพราะเป็นคดีอุกฉกรรณ์ที่สร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยการนำทีมสืบสวนสอบของ ร.ต.อ.สมบัติ ใช้เวลาสืบสวนประมาณ 3 ชั่วโมง โดยอาศัยการวิเคราะห์มูลเหตุรอบด้าน จากพยานบุคคล ก็ได้เบาะแสระบุตัวของผู้ก่อเหตุในช่วงค่ำวันเดียวกัน และได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปปิดล้อมบ้านผู้ก่อเหตุทันที จากการตรวจค้นปรากฎว่าไม่พบผู้ต้องสงสัยคงพบเพียงข้าวของกระจัดกระจายภายในบ้านและรอยเลือดที่เปราะเปื้อนอยู่บนพื้น โดยที่ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทันและหลบหนีไปก่อน 


 วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2559 สภ.ปรือใหญ่ ประกาศจับ นายมี อินญาพงษ์ อายุ 55 ปี เกิดบ้านเลขที่ 39 หมู่ที่4 ต.ศรีตระกูล อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสเกษ ผู้ต้องหาคดีฆ่า น.ส.เพ็ญประภา ทัดสุพรรณ เกิดวันที่ 24 ก.พ. 2540 อายุ 19 ปี บ้านเลขที่28หมู่ที่ 5 ตำบลสำโรงตาเจ็น อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหายังคงหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นบุคคลอันตราย ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและช่วยกันแจ้งเบาะแสหากพบเห็นกรุณาแจ้งมาที่ สภ.ปรือใหญ่ โทร.045630118 ,ด.ต.อุดมพร ในทอง โทร.0810671508, คุณมงคล โคตมา โทร.0810709743 (กต.สภ.ปรือใหญ่), กำนันสนั่น เทาศิริ โทร.0810709043

 



             ด้วยการทำงานสืบสวนสอบสอนอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปรือใหญ่ ทั้งการลงพื้นที่ตามหมู่บ้านและกระจายกำลังตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ผนวกกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นและจิตอาสาหลายท่านที่ช่วยกันกระจายข่าวในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง จึงทำให้ประชาชนทราบข่าวและเข้าใจชัดเจน และช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสที่เกิดประโยชน์กับเจ้าหนาที่ตำรวจ จึงนำไปสู่การมอบตัวและจับกุมในวันที่ 28 ก.ค. 2559 ด้วยระยะเวลาอันสั้น



      วันที่ 29 ก.ค. 2559 เวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ก่อเหตุไปทำแผนเพื่อประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดก่อเหตุ ทั้งนี้การทำงานเป็นไปอย่างเงียบและรวดเร็ว เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ อาจเกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นได้



        จากการพูดคุยกับผู้ต้องหาและลงพื้นที่สอบถามจากชาวบ้าน เบื้องต้นพอสรุปสาเหตุคร่าวๆ ตนและผู้ตายอาศัยอยู่กินด้วยกัน สาเหตุเกิดจากการบันดาลโทสะ ที่ทั้งสองคนมักเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้งมีปากเสียงรุนแรงบ้าง ตบตีกันบ้าง ผนวกกับผู้ก่อเหตุเป็นคนติดเหล้ามีอาการทางจิต และผู้เสียชีวิตเป็นคนมีอาการทางจิตด้วย เคยเสพยามักจะขอเงินจากตนเพื่อไปซื้อยามาเสพบ่อยๆ บางครั้งหากไม่ได้ก็ด่าทอตน ด้วยคำหยาบโลนต่างๆนานา หรือด่าถึงโคตรเง่าเหล่ากอ จนทำให้ตนเกิดบันดาลโทสะอย่างขาดสติในครั้งนี้  
          บทสรุปจากเหตุการณ์และเรื่องราวเหล่านี้ เกิดจาการขาดสติขาดความรู้ ในการดำเนินชีวิต เกิดจากการหลงผิดตกเป็นทาสของยาเสพติดจึงเป็นต้นเหตุชักนำไปสู่เรื่องราวที่สะเทือนใจในครั้งนี้ เพราะผลที่ได้รับทั้งผู้ก่อเหตุและผู้ถูกกระทำ ต้องได้รับผลกรรมที่แสนสาหัสจากผลกรรมที่ตนหลงผิด ฉะนั้นมนุษย์ผู้ประเสริฐจึงควรดำเนินชีวิตอย่างมีสติประกอบสัมมาชีพมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โลกเราก็จะอยู่อย่างสันติและสงบสุข...

09 ตุลาคม 2558

ประเพณีแซนโฎนตาเมืองขุขันธ์ ปี2558

        ประเพณีคือกิจกรรมที่มนุษย์ได้ร่วมกันคิดและสร้างขึ้นแล้วนำไปปฏิบัติ เพื่อเป็นกุสโลบายอันจะก่อให้เกิดความรู้รักสามัคคีมีน้ำใจไมตรี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน รวมถึงให้มีจิตสำนึกที่ดีในความกตัญญูรู้บุญคุณของผู้มีอุปการะคุณในปัจจุบันและผู้ที่ล่วงลับดับขันธ์ไปแล้ว ทั้งนี้ประเพณียังคงไว้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเภทและอาจถูกปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงบ้างตามความเหมาะสมตามกาลสมัย

 "งานรำลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี ประจำปี 2558" ระหว่างวันที่ 8 - 9 ตุลาคม 2558







        ปราชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอขุขันธ์ ส่วนมากเป็นกลุ่มคนชาติพันธุ์ซึ่งมีหลายเชื้อสายด้วยกัน เช่น ส่วย(กูย), เขมร, ลาว, เยอ มีวิถีชีวิตเป็นอยู่ที่เรียบง่าย พึ่งพาอาศัยกันฉันท์ญาติมิตร ผสมผสานกับการดำรงชีวิตแบบพึ่งพาธรรมชาติ โดยมีอาชีพหลักคือการทำการเกษตรตามแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
         ส่วนประกอบสำคัญของงานครั้งนี้ มีหลายอย่างด้วยกัน มีการจัดตกแต่งขบวนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ประดับประดาพาหนะในการนำเครื่องเซ่นไหว้บูชา ด้วยศิลปะแนวอีสานใต้อย่างปราณีต บวกด้วยการแต่งกายอย่างเป็นเอกลักษณ์ของคนในถิ่นนี้


หัวใจหลักอีกอย่างหนึ่งคือ เครื่องเซ่นไหว้ ซึ่งกลุ่มคนชาวอีสานยังคงมีวิถีชีวิตที่ผสมผสานด้วยความเชื่อแบบโบราณและมีความเชื่อแบบวิถีพุทธ ความเชื่อเหล่านี้ยังคงยึดถือและปฏิบัติกันสืบต่อมา เพราะเป็นความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุผลแห่งความสุขทางจิตใจของตน
 
 
 


การแต่งกายแบบดั้งเดิมของกลุ่มคนชาติพันธ์มีลักษณะที่แตกต่างกันบ้างเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชนเผ่า การจัดเตรียมขบวนและเครื่องสักการะก็มีลักษณะที่เหมือนกันบ้างและแตกต่างกันบ้าง ขึ้นอยู่กับแนวคิดของผู้นำชุมชนและประชาชนในถิ่นนั้น โดยส่วนมากจะผสมผสานให้ตรงกับวิถีชีวิตจริงของท้องถิ่นตนเอง





ผู้คนมากหน้าหลายตา ที่อยู่ในเขตพื้นที่และมาจากต่างจังหวัด รวมทั้งชาวต่างชาติก็ให้ความสนใจมาร่วมชมขบวนกันอย่างคับคั่ง

 









ขณะที่ริ้วขบวนกำลังเคลื่อนไปข้างหน้าเพื่อเข้าสู่ปรัมพิธีบูชา ขบวนสายแห่งหยดน้ำที่เทลงจากฟากฟ้าก็พรั่งพรูลงมาอย่างไม่ขาดสาย ชโลมเนื้อกายของผู้คนที่กำลังเดินขบวน และปกคลุมทั่วเมืองขุขันธ์ สร้างความเย็นชุ่มฉ่ำให้กับบรรยากาศที่ก่อนหน้าดูร้อนอบอ้าว แต่ทว่า ขบวนแห่งสายน้ำมิได้ทำให้ผู้คนเกิดความแตกตื่นและหวั่นเกรงแต่อย่างใด เสมือนเป็นความปลาบปลื้มปีติยินดีจากทวยเทพที่ประทานพร










สีสันของกลุ่มเยาว์วัยทีมาร่วมขบวนทุกปี คือชุดแฟนตาซี เป็นที่ยินดีและสนใจของเด็กๆ อย่างมาก เพราะคนที่แสดงในขบวนมีแต่กลุ่มเด็กๆ ที่โชว์ความสามารถในการบังคับและทรงตัวรถปั่น











สีสันชวนมองที่ขาดเสียมิได้เลย (โดยเฉพาะหนุ่มๆ ทุกช่วงวัย) คือสาวงามแต่ละท้องถิ่น ที่ตกแต่งประดับประดาด้วยเครื่องแต่งหน้าทาปากพร้อมชุดงามๆ ที่ดูเป็นเอกลักษณ์ ร่วมขบวนในการนำเครื่องสักการะมาบูชาบรรพบุรุษ ...น่ารัก น่าชมไม่แพ้กันเลยทีเดียว







           งานประจำปีของเมืองขุขันธ์สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี สามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้คนที่พบเห็นและตราตรึงให้เป็นที่ประจักษ์ต่อชาวโลก ก็ด้วยอาศัยพลังสติปัญญาและความสามัคคีของผู้นำและประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ร่วมด้วยช่วยกัน ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ สร้างขึ้นและจัดได้อย่างปราณีต
งดงาม พร้อมทั้งสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับเมืองขุขันธ์